ความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและกลไกการตลาด ก่อให้เกิดการเติบโต การผลิต การบริโภคที่เป็นผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม ชีวิตมนุษย์ สัตว์ และพืชพรรณ ดังนั้นการที่มนุษย์ยังคงใช้แนวทางพัฒนาแบบเก่าซึ่งไม่คำนึงถึงข้อจำกัดในการพัฒนา อันหมายถึง ข้อจำกัดด้านสภาพความสามารถที่จะรองรับการบริโภค และการใช้ประโยชน์จากโลก และเมื่อทุกสิ่งทุกอย่างที่จะนำมาบริโภคและใช้ประโยชน์หมดลง อีกไม่นานทุกชีวิตบนโลกจะต้องจบสิ้น เพราะมนุษย์จะไม่สามารถอาศัยอยู่บนโลกได้อีกต่อไป การพัฒนาที่ยั่งยืนจึงเป็นแนวคิดเพื่อป้องกันมิให้โลกต้องเดินไปสู่จุดจบ สังคมโลกปัจจุบันเป็นสังคมแห่งการกระจายอำนาจทั้งในระดับโลก ระดับชาติ และระดับท้องถิ่น ด้วยความเป็นโลกแห่งการสื่อสารไร้พรมแดน การกระจายอำนาจจึงเป็นแนวคิดสำคัญสำหรับการพัฒนาทุกระดับ ภายใต้หลักการที่ว่าไม่มีผู้ปกครองใดที่เข้าใจ ใกล้ชิด และเข้าถึงประชาชนและการแก้ปัญหาได้ดีเท่ากับผู้ปกครองที่มาจากประชาชนด้วยกันเอง การบริหารการพัฒนายุคใหม่จึงต้องเน้นกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนเพื่อให้การพัฒนาและการแก้ปัญหาสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในท้องถิ่นอย่างแท้จริง และวิธีการพัฒนานั้นต้องเป็นแบบจากล่างขึ้นบนไม่ใช่แบบบนลงล่างเหมือนอย่างในอดีต ความล้มเหลวของการพัฒนาแบบดั้งเดิมที่ผ่านมา นอกจากจะทำลายสิ่งแวดล้อม ชีวิตมนุษย์ สัตว์ และพืชพรรณแล้ว ยังพบว่าการพัฒนาเศรษฐกิจของหลายประเทศได้สร้างปัญหาให้กับความเป็นอยู่ของมนุษย์ และวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างมหาศาล เนื่องจากรัฐบาลไม่รับผิดชอบ ไม่ฉับไวต่อการตอบสนองความต้องการของประชาชน ระบบราชการมีคอร์รัปชันสูง ขาดประสิทธิภาพ ไม่มีความโปร่งใส ฯลฯ การที่จะก้าวไปสู่การพัฒนาที่ยังยืนต้องยึดหลักการปฏิสัมพันธ์ทางสังคม ซึ่งมนุษย์จะต้องเป็นเจ้าของทรัพยากรร่วมกันและพึ่งพากันทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญา เทคโนโลยีและหลักมนุษยธรรม  ซึ่งให้ความสำคัญกับการดำรงอยู่ของวิถีชีวิตของคนในชุมชน ภูมิปัญญาท้องถิ่นและความสมดุลของฐานทรัพยากรธรรมชาติ อันจะนำไปสู่การพึ่งตนเองของชุมชนและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น การให้ชุมชนท้องถิ่นเข้ามามีส่วนรวมในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของคนที่หลากหลาย ทั้งนี้เพราะชุมชนอยู่ใกล้ชิดพื้นที่ เข้าใจปัญหา และภูมิปัญญาท้องถิ่นในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่เหมาะสมกับสภาพภูมินิเวศ สามารถสร้างความยั่งยืนในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ เพราะมนุษย์เป็นส่วนหนึ่งที่ไม่อาจแยกออกมาจากระบบนิเวศ หากใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างล้างผลาญจนเสียภาวะสมดุลนิเวศ มนุษย์ย่อมได้รับผลพวงแห่งปรากฏการณ์นั้นเช่นกัน จากกรณีดังกล่าวจึงเกิดแนวคิดการพัฒนาที่ยั่งยืนขึ้น ซึ่งเป็นการพัฒนาที่เน้นความเป็นองค์รวมและบูรณาการ