การศึกษาค้นคว้าภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อนำมาประยุกต์ใช้

การพัฒนาท้องถิ่นจึงเป็นแนวทางที่นักบริหารการพัฒนาพึงให้ความสำคัญ

เทคโนโลยีสารสนเทศกับการพัฒนาท้องถิ่น

การนำระบบสารสนเทศ และการจัดหาเทคโนโลยีสารสนเทศ มาใช้สนับสนุนกลยุทธ์ เพื่อให้การพัฒนาเป็นไปตามพันธกิจ และบรรลุวิสัยทัศน์ขององค์กร ตามพันธกิจที่ได้ กำหนดไว้ว่า “พัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อการศึกษา การบริหาร และการบริการให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการที่ดี ” วัตถุประสงค์และจุดมุ่งหมายเพื่อการพัฒนาเทศบาลตำบลดอนสัก กำหนดไว้ว่า “นำระบบเทคโนโลยี และสารสนเทศ ที่ทันสมัยมาใช้ในการบริหารทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อความรวดเร็วในการบริการ และเพิ่มประสิทธิภาพของงาน ตลอดจนนำเทคโนโลยี และระบบสารสนเทศที่ทันสมัยมาใช้ในการศึกษาทุกระดับ” ดังนั้น การนำระบบสารสนเทศ และการจัดหาเทคโนโลยีสารสนเทศ มาสนับสนุนเพื่อ วัตถุประสงค์ นั้น แยกได้ 2 ลักษณะ ดังนี้ 1. การนำเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัยมาใช้ในการทั้งภาครัฐและเอกชนเพื่อความรวดเร็วในการบริการ และเพิ่มประสิทธิภาพของงาน ในประเด็นนี้เป็นมีเป้าหมายในการนำระบบสารสนเทศ และการจัดหาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการบริการให้กับประชาชน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริการและเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาขององค์กร ต้องดำเนินการสนับสนุนระบบสารสนเทศ และการจัดหาเทคโนโลยีสารสนเทศ – ระบบการจัดการฐานข้อมูล เพื่อให้การให้การบริการประชาชนมีความสะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น องค์กรจะต้องจัดวางฐานข้อมูลอย่างเป็นระบบ เพื่อลดความซ้ำซ้อนของข้อมูล และเตรียมข้อมูลพร้อมใช้งานได้ตลอดเวลา หน่วยงานต่างๆในองค์กรสามารถเข้าใช้ข้อมูลร่วมกันได้ – ระบบรักษาความปลอดภัยข้อมูล เป็นระบบที่นำมาใช้ในการป้องกันไม่ให้ผู้ที่ไม่ได้รับอนุญาตเข้ามาเรียกใช้หรือแก้ไขข้อมูลทีสำคัญขององค์การ – ระบบการจัดหาคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์สำคัญที่นำมาใช้ในเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการองค์กรที่มีประสิทธิภาพ เช่น การจัดเก็บข้อมูล การใช้ผลิตและจัดทำเอกสาร ฯลฯ ซึ่งในการจัดหาคอมพิวเตอร์ต้องจัดหาคอมพิวเตอร์ ที่มีประสิทธิภาพในการทำงานให้เหมาะสมกับองค์กร และสามารถที่จะปรับปรุงประสิทธิภาพของเครื่องและรองรับเทคโนโลยีได้ในอนาคต เพื่อเป็นการประหยัดงบประมาณขององค์กร – ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการให้บริการประชาชน การบริการประชาชนให้มีความสะดวกและรวดเร็ว เป็นวัตถุประสงค์อย่างหนึ่งที่ต้องดำเนินการให้เป็นไปตามพันธกิจ และหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี นอกจากระบบสารสนเทศแล้ว เทคโนโลยีเป็นอีกอย่างหนึ่งที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพต่อการให้บริการประชาชน ในปัจจุบันหน่วยงานต่างๆ ได้ประยุกต์ใช้ระบบเทคโนโลยีต่างๆที่หลากหลายในการให้บริการประชาชน เทศบาลตำบลดอนสัก จึงต้องนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการให้บริการประชาชนให้มีความสะดวกและรวดเร็ว 2… Read More

เทคโนโลยีเพิ่มช่องทางในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารในท้องถิ่น

เทคโนโลยีสารสนเทศได้ช่วยพัฒนาและปรับปรุงระบบข้อมูลข่าวสาร เพื่อเป็นเครื่องมือในการบริหารการงานพัฒนาในทุกระดับทั้งในระดับจังหวัดและอำเภอให้มีขีดความสามารถเพิ่มสูงขึ้น และให้สามารถจัดเก็บข้อมูลและประมวลได้เอง โดยเฉพาะข้อมูลการพัฒนาชนบท การป้องกันสาธารณภัย และการพัฒนาคุณภาพชีวิต ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนาอาชีพ พัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารตลาดเเรงงานให้มีประสิทธิภาพและสามารถชี้นำการผลิตกำลังคนตามความต้องการตลาด และเพิ่มศักยภาพพัฒนาทักษะและฝีมือเเรงงานให้สามารถเเข่งขันได้ เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ในการเลือกประกอบอาชีพและการดำรงชีพผ่านสื่อต่างๆที่หลากหลาย เช่นข้อมูลราคาสิ้นค้า ข้อมูลด้านบริการทางสังคม เป็นต้น อีกทั้งยังสามารถใช้เทคโนโลยีการสื่อสารกระจายข้อมูลข่าวสารตลาดเเรงงาน อย่างทั่วถึงในภูมิภาคเเละท้องถิ่นเพื่อเกื้อหนุนการกระจายโรงงานสู่ชนบท ในโลกแห่งข้อมูลข่าวสารดังเช่นปัจจุบันการมีอิทธิพลเหนือเครือข่ายสารสนเทศมีส่วนสำคัญที่จะช่วยในการได้มาและรักษาอำนาจทางการเมืองไว้ การพัฒนาองค์กรทางการเมืองในระบบทุนนิยมสมัยใหม่ จึงทำให้อำนาจการเมืองเข้าไปโยงใยกับผลประโยชน์ทางธุรกิจมากยิ่งขึ้น การชิงชัยทางการเมืองด้วยการหาเสียงเชิงประชาสัมพันธ์อย่างในอดีต เริ่มเบี่ยงเบนไปสู่ “การหาเสียงในเชิงการโฆษณา” เพื่อรักษาผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของกลุ่มมาแทนที่ การหาเสียงด้วยการลงทุนจึงขยายตัวออกไปเป็นลักษณะธุรกิจการเมือง และใช้กลอุบายคล้ายคลึงกับการโฆษณาทางธุรกิจ ผู้สมัครรับเลือกตั้งจึงไม่ได้แตกต่างไปจากสินค้าที่ถูกนำมาเสนอขายด้วยยี่ห้อ โดยพรรคการเมืองเป็นเสมือนบริษัทธุรกิจที่ต้องวางแผนทางการตลาดเพื่อรักษาตลาดของการเลือกตั้งไว้ ดังนั้นการหาเสียงจึงมีลักษณะเด่นเช่นเดียวกับแบบแผนการโฆษณาผู้บริโภค ตัวผู้มีสิทธิเลือกตั้งโดยตรงในฐานะผู้บริโภคเพื่อให้เข้าใจและยอมรับผู้สมัครรับเลือกตั้ง(สินค้า) ภาพลักษณ์ของพรรคการเมือง(ยี่ห้อ) และกิจกรรมซึ่งเป็นผลงานที่ผ่านมารวมทั้งกิจกรรมในอนาคตหลังจากได้รับเลือกตั้งแล้ว ในยุคแห่งข้อมูลข่าวสารหรือยุคแห่งเทคโนโลยีสารสนเทศปัจจุบัน ข้อมูลข่าวสารจึงเป็นสิ่งที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในฐานะที่จะ “สร้างอำนาจและสร้างผลประโยชน์” ให้เกิดขึ้นกับผู้ที่มี “ความสามารถในการเข้าถึง ครอบครอง และรู้จักใช้งานข้อมูลข่าวสารนั้น” การนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้จึงปัจจัยสำคัญประการหนึ่งในการเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการดำเนินการ เสนอแนะข้อคิดเห็น ตลอดจนการกำหนดและตรวจสอบการนำนโยบายนั้นไปปฏิบัติ ซึ่งจะเป็นช่องทางการสื่อสารอีกช่องทางหนึ่งที่จะช่วยสร้างอำนาจและผลประโยชน์ให้กับประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ หรือเป็นการใช้เทคโนโลยีในพัฒนาการเมืองเพื่อสร้างอำนาจและผลประโยชน์ให้กับส่วนรวม แทนที่จะใช้ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสร้างอำนาจให้กับคนเพียงส่วนใดส่วนหนึ่งของสังคมเพื่อสร้างผลประโยชน์ส่วนตัว ด้วยบทบาทของเทคโนโลยีการสื่อสารที่มีความสำคัญมากโดยเฉพาะกระแสที่ประชาชนต้องการรับรู้ข้อมูลข่าวสารทางการเมืองมีความสำคัญต่อการปกครอง จึงควรมีการนำเอาเทคโนโลยีสารสนเทศมาเป็นเครื่องมือในการพัฒนาการเมือง ในปัจจุบันแม้ว่ามีการนำเทคโนโลยีมาแก้ปัญหาต่างๆมากมาย แต่ปัญหาทางด้านการเมืองกลับนำมาใช้แก้ปัญหาน้อยมาก ขณะที่การเลือกตั้งและการมีส่วนร่วมทางการเมืองเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งของระบบการเมืองในการส่งเสริมและพัฒนาการเมืองในระบอบประชาธิปไตย จึงเป็นที่น่าสนใจในการนำเอาความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีโดยเฉพาะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ หรืออินเตอร์เน็ตมาใช้ในการพัฒนาการเมืองการปกครองของไทยให้ดีขึ้น

ความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในภูมิปัญญาท้องถิ่น

ภูมิปัญญาท้องถิ่นหรือภูมิปัญญาชาวบ้านสินทรัพย์ทางสมองของชาวบ้าน องค์ความรู้อันทรงคุณค่าอันเกิดจากปัญญาในการคิดที่หลากหลาย การฝึกฝนจนเกิดความรู้ความชำนาญในตัวบุคคล มากบ้าง น้อยบ้าง และอาจจะไม่เกิดขึ้นได้ง่ายนักในตัวบุคคลทุกคน แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วกับบุคคลใด ผู้นั้นจะสามารถจัดการหรือมีวิธีการอย่างไรในการนำความคิด องค์ความรู้ ภูมิปัญญาของตน มาจัดระบบความคิดของตนจากนามธรรมให้เป็นรูปธรรมได้ เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งต่อตนเองและส่วนรวม แต่ก่อน วิถีชีวิตของคนในชนบทแต่ละท้องถิ่น อาศัยอยู่กับธรรมชาติ ทุกคนอยู่กันอย่างร่มเย็นเป็นสุข ดังเราจะได้ยินบทเพลงบทหนึ่งว่า “ ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว” ซึ่งสะท้อนให้เห็นเกี่ยวกับความอุดมสมบูรณ์ทั้งบนบกและในน้ำ พืชพันธัญญาหาร ธรรมชาติที่แสนงดงามมีทั้งน้ำตก ภูเขาที่เต็มไปด้วยป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ สัตว์ป่านานาชนิด มีปลาหลากพันธุ์อาศัยอยู่กับ คู คลอง หนอง บึง มีอากาศที่บริสุทธิ์ การอยู่กับธรรมชาติยังสอนให้เรามีจิตใจที่อ่อนโยน เยือกเย็น สุขุม ฝึกสมาธิ มีสุนทรียภาพ อันเป็นรากฐานแห่งความดีงามในตัวมนุษย์ ในขณะเดียวกันก็ทำให้คนในครอบครัวมีความรัก ความผูกพันธุ์ ใกล้ชิดกันมาก ครอบครัวอยู่กันอย่างอบอุ่น มีปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน ไม่เห็นแก่ตัว รักครอบครัว รักธรรมชาติและท้องถิ่น ไม่ทำลายธรรมชาติ นำธรรมชาติมาใช้ประโยชน์ได้อย่างเหมาะสม ธรรมชาติจึงเป็นแหล่งสร้างองค์ความรู้ให้เกิดภูมิปัญญาที่ยิ่งใหญ่กับมนุษย์ ให้เรียนรู้ที่จะดำรงชีวิตอยู่อย่างสงบสุข เกิดทักษะอาชีพขึ้นในแต่ละครอบครัว พึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน ไม่เบียดเบียนแก่งแย่งอาชีพกัน โดยมีบรรพบุรุษ ปู่ ย่า ตา ยาย พ่อ แม่ เป็นต้นแบบในการทำมาหาเลี้ยงชีพในครอบครัว เป็นชีวิตที่อยู่กันอย่างเรียบง่าย การเรียนรู้กับธรรมชาติทำให้เกิดทักษะเกิดองค์ความรู้และภูมิปัญญา สร้างเอกลักษณ์ของตนเองซึ่งต้องใช้เวลาอันยาวนานในการฝึกฝนจนเกิดความรู้ความชำนาญ เป็นองค์ความรู้ ภูมิปัญญาซึ่งแต่ละครอบครัว ลูกหลานจะได้รับการสืบทอดต่อๆกันมา และภูมิปัญญาแต่ละครอบครัวไม่นิยมเผยแพร่ให้กับคนนอกตระกูล ดังเราจะเห็นตัวอย่าง เช่น ถ้าบรรพบุรุษเป็นช่างปั้น ลูกหลานก็จะสืบทอดงานปั้นต่อๆกันมา รวมทั้งช่างทอง.. Read More

การพัฒนาท้องถิ่นตามอิทธิพลของกระแสโลกาภิวัฒน์

การพัฒนาท้องถิ่นเชิงพื้นที่ให้เหมาะสม เพื่อสร้างความเชื่อมโยงของการพัฒนาชนบทและเมืองให้มีบทบาทส่งเสริมและสนับสนุนกันและกัน นำไปสู่การพัฒนาที่สมดุลและยั่งยืน โดยให้ชนบทยังคงบทบาทเป็นฐานการผลิตทางการเกษตรที่สำคัญของประเทศ ขณะที่เมืองช่วยสนับสนุนในการเป็นแหล่งตลาดและการบริโภค รวมทั้งแหล่งจ้างงานที่ส่งทอดความเจริญสู่พื้นที่ชนบท ขณะเดียวกันมีความเข้มแข็งของชุมชนและการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนเป็นทุนทางสังคมที่สำคัญ ช่วยสร้างโอกาสที่จะเกื้อหนุนพลังการพัฒนาเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ พื้นฐานของประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม จุดเริ่มต้นของการพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียง คือ การฟื้นฟูเศรษฐกิจ ชุมชนท้องถิ่น ตั้งแต่ขั้นการฟื้นฟูและขยายเครือข่ายเกษตรกรรมยั่งยืน อันเป็นการพัฒนาขีดความสามารถในการผลิตและบริโภคอย่างพออยู่พอกินไปจนถึงการแปรรูปอุตสาหกรรมครัวเรือน สร้างอาชีพ และทักษะวิชาการ ซึ่งจะเป็นการพัฒนาทีละขั้นตอนเป็นลำดับ ในเรื่องต่าง ๆ รวมถึงเทคโนโลยีที่ค่อย ๆ พัฒนาขึ้นมาจากฐานทรัพยากรและภูมิปัญญาที่มีอยู่ภายในชาติและที่จะเรียนรู้จากโลกภายนอกด้วย การพัฒนาระดับชุมชนและท้องถิ่นให้เข้มแข็ง น่าอยู่ ปลอดภัย มีพัฒนาการพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน ทั้งด้านสังคม การศึกษา วัฒนธรรม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม จะส่งผลให้ประชาชนในชุมชนมีสุขภาวะที่ดี และหากทุกชุมชน/ท้องถิ่นมุ่งมั่นดำเนินการอย่างกว้างขวาง ประเทศไทยก็จะพัฒนาอย่างมีทิศทางเป็นประเทศที่น่าอยู่ที่สุด เพราะชุมชนจะเข้มแข็ง น่าอยู่ และพึ่งตนเองได้ ต้องอาศัยความรับผิดชอบ การเรียนรู้ ร่วมคิดร่วมทำ ตลอดจนอาศัยความร่วมมือและข้อมูลทางวิชาการจากหน่วยงานในท้องถิ่นไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานภาครัฐหรือเอกชน เพื่อปรับเปลี่ยนวิธีคิด ปรับพฤติกรรมการผลิตและการบริโภคโดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง รักษาสิ่งแวดล้อม เน้นการพึ่งตนเอง เป็นสังคมเอื้ออาทร พึ่งพาอาศัยกันได้ และไม่ทอดทิ้งกัน การพัฒนาประเทศ มิได้มีแบบอย่างตายตัวตามตำรา หากแต่ต้องเป็นไปตามสภาพภูมิประเทศทางภูมิศาสตร์ สังคมวิทยา วัฒนธรรมชุมชน ที่มีความหลากหลาย ในขณะเดียวกันเราก็ต้องเข้าใจในการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วตามอิทธิพลของกระแสโลกาภิวัฒน์ ควบคู่ไปกับการพยายามหาแนวทางหรือวิธีการที่จะดำรงชีวิตตามหลักการพื้นฐานของเศรษฐกิจพอเพียง ให้ดำเนินไปได้อย่างสมดุลและสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมในยุคโลกาภิวัฒน์ โดยอาศัยปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นตัวสร้างภูมิคุ้มกันต่อผลกระทบที่ชุมชนอาจจะได้รับ ไม่ให้กระแสเหล่านั้นมาทำลายเอกลักษณ์และวัฒนธรรมชุมชนจนต้องล่มสลายไป

รูปแบบการพัฒนาท้องถิ่นต้องเป็นแบบจากล่างขึ้นบน

ความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและกลไกการตลาด ก่อให้เกิดการเติบโต การผลิต การบริโภคที่เป็นผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม ชีวิตมนุษย์ สัตว์ และพืชพรรณ ดังนั้นการที่มนุษย์ยังคงใช้แนวทางพัฒนาแบบเก่าซึ่งไม่คำนึงถึงข้อจำกัดในการพัฒนา อันหมายถึง ข้อจำกัดด้านสภาพความสามารถที่จะรองรับการบริโภค และการใช้ประโยชน์จากโลก และเมื่อทุกสิ่งทุกอย่างที่จะนำมาบริโภคและใช้ประโยชน์หมดลง อีกไม่นานทุกชีวิตบนโลกจะต้องจบสิ้น เพราะมนุษย์จะไม่สามารถอาศัยอยู่บนโลกได้อีกต่อไป การพัฒนาที่ยั่งยืนจึงเป็นแนวคิดเพื่อป้องกันมิให้โลกต้องเดินไปสู่จุดจบ สังคมโลกปัจจุบันเป็นสังคมแห่งการกระจายอำนาจทั้งในระดับโลก ระดับชาติ และระดับท้องถิ่น ด้วยความเป็นโลกแห่งการสื่อสารไร้พรมแดน การกระจายอำนาจจึงเป็นแนวคิดสำคัญสำหรับการพัฒนาทุกระดับ ภายใต้หลักการที่ว่าไม่มีผู้ปกครองใดที่เข้าใจ ใกล้ชิด และเข้าถึงประชาชนและการแก้ปัญหาได้ดีเท่ากับผู้ปกครองที่มาจากประชาชนด้วยกันเอง การบริหารการพัฒนายุคใหม่จึงต้องเน้นกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนเพื่อให้การพัฒนาและการแก้ปัญหาสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในท้องถิ่นอย่างแท้จริง และวิธีการพัฒนานั้นต้องเป็นแบบจากล่างขึ้นบนไม่ใช่แบบบนลงล่างเหมือนอย่างในอดีต ความล้มเหลวของการพัฒนาแบบดั้งเดิมที่ผ่านมา นอกจากจะทำลายสิ่งแวดล้อม ชีวิตมนุษย์ สัตว์ และพืชพรรณแล้ว ยังพบว่าการพัฒนาเศรษฐกิจของหลายประเทศได้สร้างปัญหาให้กับความเป็นอยู่ของมนุษย์ และวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างมหาศาล เนื่องจากรัฐบาลไม่รับผิดชอบ ไม่ฉับไวต่อการตอบสนองความต้องการของประชาชน ระบบราชการมีคอร์รัปชันสูง ขาดประสิทธิภาพ ไม่มีความโปร่งใส ฯลฯ การที่จะก้าวไปสู่การพัฒนาที่ยังยืนต้องยึดหลักการปฏิสัมพันธ์ทางสังคม ซึ่งมนุษย์จะต้องเป็นเจ้าของทรัพยากรร่วมกันและพึ่งพากันทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญา เทคโนโลยีและหลักมนุษยธรรม  ซึ่งให้ความสำคัญกับการดำรงอยู่ของวิถีชีวิตของคนในชุมชน ภูมิปัญญาท้องถิ่นและความสมดุลของฐานทรัพยากรธรรมชาติ อันจะนำไปสู่การพึ่งตนเองของชุมชนและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น การให้ชุมชนท้องถิ่นเข้ามามีส่วนรวมในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของคนที่หลากหลาย ทั้งนี้เพราะชุมชนอยู่ใกล้ชิดพื้นที่ เข้าใจปัญหา และภูมิปัญญาท้องถิ่นในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่เหมาะสมกับสภาพภูมินิเวศ สามารถสร้างความยั่งยืนในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ เพราะมนุษย์เป็นส่วนหนึ่งที่ไม่อาจแยกออกมาจากระบบนิเวศ หากใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างล้างผลาญจนเสียภาวะสมดุลนิเวศ มนุษย์ย่อมได้รับผลพวงแห่งปรากฏการณ์นั้นเช่นกัน จากกรณีดังกล่าวจึงเกิดแนวคิดการพัฒนาที่ยั่งยืนขึ้น ซึ่งเป็นการพัฒนาที่เน้นความเป็นองค์รวมและบูรณาการ